จงใช้อาหารเป็นยา และยาก็คืออาหารของท่าน

จงใช้อาหารเป็นยา และยาก็คืออาหารของท่าน

“Let food be thy medicine and medicine be thy food”

“จงใช้อาหารเป็นยา และยาก็คืออาหารของท่าน”

 -Hippocrates-

 

ปราชญ์ชาวกรีก ได้กล่าวไว้เมื่อ 2,500 ปีก่อน หมายถึงอาหารบางชนิดมีสรรพคุณเป็นยา ซึ่งอาหารกลุ่มนั้นก็คือ อาหารที่มาจากพืช (Plant based food) นั่นเอง คนโบราณรู้จักเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงใช้พืชเป็นยา ซึ่งก็คือสมุนไพรนั่นเอง และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้เราอาจเคยสังเกตุว่าเวลาสัตว์ป่วย ก็จะกินใบไม้หญ้าแทนอาหาร ในทางตรงข้ามอาหารจากสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ มีหลักฐานว่าเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้งเนื้องอกและมะเร็ง

ด้วยเหตุผลที่ว่าในเนื้อสัตว์ ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากมักจะไปสะสมตามผนังหลอดเลือดอันเป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง หรือ หลอดเลือดไตอันนำไปสู่ภาวะไตเสื่อมในที่สุด อีกทั้งโปรตีนจากเนื้อสัตว์เมื่อถูกย่อยไม่หมดก็จะกลายเป็นสายใยโปรตีนสั้นๆ ก็จะทำให้เกิดปฎิกิริยาการอักเสบโดยเม็ดเลือดขาว ซึ่งสายใยโปรตีนนี้ลักษณะจะคล้ายกับเนื้อเยื่อตามอวัยวะต่างทำให้เกิดการอักเสบและนำไปสู่โรคแพ้ภูมิตัวเองได้

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าโปรตีนและไขมันจากสัตว์ยังเป็นสิ่งที่เซลมะเร็งใช้ในการเจริญเติบโตอีกทั้งถ้าเรารับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็จะทำให้เลือดของเรามีสภาพเป็นกรด ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้ออำนวยให้เซลมะเร็งก่อตัวได้ดี

นอกจากนี้โดยพื้นฐานทางกายวิภาพและสรีระของร่างกายมนุษย์แล้ว ธรรมชาติออกแบบมาให้เราเป็นสัตว์กินพืช เช่น โครงสร้างของฟัน และ ระบบทางเดินอาหาร เราเหมือนกับพวก ช้าง ม้า วัว ควาย อีกทั้งมือของมนุษย์ ก็เหมาะสำหรับไว้ใช้หยิบจับผลไม้หรือใบไม้ตลอดจนเมล็ดพืชต่างๆ เพื่อใช้เป็นอาหาร เราไม่มีกรงเล็บหรือเขี้ยวสำหรับล่าเหยื่อ และเรามีสายวิวัฒนาการมาแบบเดียวกับพวกลิงไม่มีหาง

กล่าวโดยสรุป มนุษย์เรามีลักษณะเป็นไปทางสัตว์กินพืช และอาหารจากพืชคือ ยา ในขณะเดียวกันอาหารจากสัตว์ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ดังนั้นเรื่องนี้คงจะตอบคำถามได้แล้วใช่ไหมครับ ว่าเราควรกินอาหารอย่างไร ฝากไว้คิดกันด้วยนะครับ

 

ด้วยรัก และ ห่วงใย

 

หมอมณเฑียร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *